จะมีซักกี่คนที่เคยสังเกตว่ายังมีสมาชิกในบ้านของคุณที่นอกจาก
ป๊า ม๊า ม่า กง เจ๊ เฮีย โก เจ็กฯลฯ
หรือแม้แต่แมว หมา ปลาทอง ทั้งหลายอยู่ด้วย
อาจจะพูดได้ว่าสมาชิกท่านนี้แทบจะอยู่ในตำแหน่งVIPของทุกๆบ้าน
คุณจะพบเห็นเค้าได้ทุกห้อง ทุกซอก ทุกซอย ทุกมุมของบ้าน
แม้แต่ยามที่คุณนอนหรือกำลังทำธุระส่วนตัวก็ตาม!! 
เค้าจับตามองคุณอยู่ตลอดราวกับStalkerโรคจิต
ล่วงรู้ทุกความลับของคุณอย่างกับFBIที่สืบข้อมูลพ่อค้ายา
และในบางครั้งหลายคนก็หงุดหงิดเวลาที่เค้าหวังดีส่งเสียงเตือนก่อนออกนอกบ้านว่า
...จุ๊ๆๆ...
ใครว่าจิ้งจกเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญ
ความจริงแล้วมันช่วยให้บ้านคุณลดจำนวนแมลงลงไปได้เยอะกว่าไบกอนเสียด้วยซ้ำไป!!
นอกจากนี้บางคนยังเชื่ออีกว่ามันทำหน้าที่เหมือนSecurity Guardที่คอยส่งเสียงเตือนเจ้าบ้านอยู่ตลอด
จนทำให้บางคนถึงกับประสาทว่า
ถ้าวันไหนจิ้งจกทักกู...ได้อดออกจากบ้านเป็นแน่แท้
แต่ถึงจิ้งจกจะมีสรรพคุณอีกร้อยแปดพันเก้า
หรือต่อให้มันดูดฝุ่นถูบ้านล้างจานให้มนุษย์ได้
มันก็ไม่ได้ช่วยให้มนุษย์เกิดนึกเอ็นดูอยากเก็บจิ้งจกมาเลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ใจแต่อย่างใด
จะว่าไปจิ้งจกก็ค่อนข้างจะเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทที่...
หาเรื่องใส่ตนอยู่เหมือนกัน
มันชอบที่จะกระโดดใส่มนุษย์!!
เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์ได้แตะเนื้อต้องตัวแต๊ะอั๋งกับจิ้งจกกันมาบ้างแล้ว
และก็คงจะไม่มีใครบ้าพอที่จะพูดว่า...
"...โอ้วว มันช่างได้อารมณ์จริงๆ ซี้ดด..."
จะมีก็แต่เสียงกรี้ดบ้านแตกไม่เว้นแม้แต่มนุษย์เพศชายก็เถอะ
วิธีที่มนุษย์จะปัดเจ้าจิ้งจกออกไปให้พ้นทางก็มีต่างๆนานา
ตั้งแต่ประเภทที่เอาเครื่องใช้ในบ้านมาเป็นอาวุธ
หรือ
ส่งเสียงหวีดร้องชนิดที่ว่าจิ้งจกอาจหูหนวกตายก่อนก็เป็นได้
แต่ไม่ว่าวิธีก็คงจะไม่โหดไปกว่าที่ข้าพเจอมา
ก่อนที่จะเล่า ขอบอกไว้ก่อนว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้เกิดขึ้นโดยมิได้เจตนาแต่อย่างใด
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อหลายอาทิตย์ที่แล้ว
ณ ห้องครัวที่อยู่ชั้นล่างของบ้าน
ได้มีจิ้งจกอารมณ์ดีตัวหนึ่งเกิดนึกครึ้มอยากอาบแสงแดดตอนยามเย็นอยู่ตรงมุมหน้าต่าง
ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นมุมโปรดที่จิ้งจกนับหลายตัวต่างอยากไปจับจองเป็นเจ้าของ
ราวกับคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เมื่อความมืดเริ่มไล่แสงของอาทิตย์ยามเย็นไปทีละน้อย
จิ้งจกตัวนั้นยังคงเผลอนอนหลับไปจนลืมว่า
มืดแล้ว...ได้เวลาไปหาอาหารแล้วสิ
แต่ใครจะไปรู้ว่าค่ำวันนั้นเอง
สวรรค์ได้กำหนดให้ชะตาของมันขาดโดยเพชรฆาตผู้ลึกลับคนหนึ่ง!!
เสียงดังโครมครามจากมนุษย์ผู้หนึ่งที่กำลังทำหน้าที่ปิดหน้าต่างโดยปกติ
ไม่ได้ช่วยให้จิ้งจกตัวนั้นตื่นขึ้นจากภวังค์ของมันได้แม้แต่น้อย
มันยังคงนอนนิ่งอยู่ในซอกหน้าต่างที่เดิม
แต่แล้ว...เมื่อเสียงดังโครมใหญ่ดังขึ้นใกล้ตัว
มันก็ตื่นขึ้นเต็มตา
แต่ก็สายเกินท่วงทีเพราะภาพตรงหน้าของมัน
คือหน้าต่างบานยักษ์ที่กำลังจะทับมันในไม่ช้า
ราวกับผนังห้องและเพดานที่บีบอัดเข้ามาในหนังเดอะมัมมี่
สติสัมปชัญญะของมันขาดวิ่นเหมือนกับร่างของมันที่แหลกเละเลือดทะลักอย่างน่าสยดสยอง
เพชรฆาตจำเป็นส่งเสียงกรีดร้องเมื่อพบว่าตนเพิ่งจะสังหารเจ้าจิ้งจกรับบาปตัวนี้ไปเสียแล้ว
ร่างที่ไร้วิญญาณของมันร่วงหล่นไปที่พื้น
หน้าต่างบานนั้นยังคงเปื้อนรอยเลือด
เพชรฆาตหนีไป และหน้าต่างยังคงเปิดอ้าไว้อย่างนั้น
ห้องครัวที่บัดนี้กลายเป็นแดนประหารไปเสียแล้ว
ยังคงเงียบสงัด เพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหลงเหลืออยู่
ช่วยอโหสิกรรมให้ด้วยหนอ..เจ้าจิ้งจกผู้โชคร้าย

edit @ 6 Apr 2008 18:45:28 by ♣MADE IN WONDERLAND♣

edit @ 6 Apr 2008 18:51:19 by ♣MADE IN WONDERLAND♣

 

 คำเตือน:นิทานสัปดนเรื่องนี้ได้มีการดัดแปลงจากฉบับจริงโดยสิ้นเชิง -*- 

ส่วนผสม:  สาระ 0.00000000000000000000000001%

              เค้าโครงเดิม 1%

              ความรั่วของคนเขียน 99%

 

 

       อลิซเริ่มเบื่อที่จะนั่งอยู่ข้างๆพี่สาวโดยไม่มีอะไรทำ  เธอเหลือบมองหนังสือแมกกาซีนที่พี่สาวของเธอถือไว้ในมือหลายครั้ง  ด้วยหนังสือเล่มนั้นมีแต่รูปของมนุษย์เพศชายกล้ามล่ำและบทสัมภาษณ์ของไอ้หน้าตี๋ฝีมือมีดหมอหลายคน มันไม่ได้น่าสนใจเลยสักนิด...อลิซคิด

 

         แต่เป็นด้วยวันนี้เธอเป็นฝ่ายอ้อนวอนขอให้พี่สาวอ่านหนังสือให้เธอฟังเอง  เธอจึงจำต้องยอมรับชะตากรรมที่ตนได้ก่อไว้แทน 

         อลิซชั่งใจ ( อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้  แม้ว่าอุณหภูมิของโลกที่ร้อนขึ้นจะทำให้เธอรู้สึกง่วงและเฉาจนจะกลายเป็นร้อนในก็ตามเถอะ) ว่าการทำอย่างอื่นคงจะสนุกกว่าการนั่งฟังพี่สาวของเธอเพ้อถึงความหล่อเลิศเพอร์เฟ็คเกินมนุษย์ของไอ้ตี๋และสตรีมีดหมอในหนังสืออย่างนี้หรือเปล่า...

 

 

           ทันใดนั้น มาสคอตกระต่ายขาวตาบอดสีตัวหนึ่งก็วิ่งผ่านมาตรงที่ใกล้ๆกับเธอ  มันวิ่งผ่าไฟแดงเพราะคิดว่าเป็นไฟเขียว  และโดดขึ้นรถเมล์เขียวแทนที่จะขึ้นรถปอ.

  

      แต่ภาพที่เห็นนั้นดูเหมือนไม่มีอะไรแปลกประหลาด เพราะอลิซเองก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติเท่าไรนัก ที่ได้ยินกระต่ายพูดกับตัวเองแบบรีบร้อนว่า

 

 

        " สา*** ! **ต้องสายแน่ ๆเลยแม่*** " 

         (กระต่ายเกรียนโดนเซ็นเซอร์)

 

        เมื่อลองมาคิดดูภายหลัง อลิซคิดว่าเธอควรจะรู้สึกประหลาดใจในเรื่องนี้ แต่ในตอนนั้นมันกลับกลายเป็น เรื่องปกติธรรมดาเสียเหลือเกิน

 

 

       แล้วจากนั้นกระต่ายก็หยิบนาฬิกาโรเล็กซ์เก๊ออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก พร้อมกับก้มลงมองเวลา แล้วมันก็วิ่งต่อไปด้วยท่าทางที่รีบร้อน อลิซก็ลุกขึ้นยืน เพราะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า เธอยังไม่เคยเห็น(มาสคอต)กระต่ายที่ใส่เสื้อกั๊กเกรียนๆหรือพกนาฬิกาเก๊ราคา99บาทมาก่อนเลย..... 



       และด้วยความที่สงสัยอย่างเหลือประมาณ อลิซรีบวิ่งตามกระต่ายตัวนั้นไป  ข้ามถนน  สะพานลอย ต่อรถไฟฟ้า ลงท่าเรือ ขึ้นรถเมล์ และโชคดี ที่วิ่งไปทันและเห็นมันหายลงไปในโพรงใหญ่โพรงหนึ่ง

 

       เพียงเดี๋ยวเดียวอลิซก็ตามลงไปในโพรงโดยไม่ได้ทันฉุกใจคิดแม้แต่น้อยเลยว่า เธอจะกลับออกมาจากโพรงนี้ได้ด้วยวิธีใดอีก....ในโพรงกระต่ายนั้นทอดยาวไปเหมือนอุโมงค์ แล้วจู่ ๆ ก็มีแสงสว่างวาบสาดส่องมาทางเธอ  รู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อ...

 

 

 

                  เธอได้ถูกรถไฟใต้ดินสถานีสีลมทับแบนเสียแล้ว....

 

 

 

ฉบับมนุษย์ทั่วไปอ่าน เชิญทางนี้ http://sukumal.net/i_story/aris/wonderland01.html

 

 

edit @ 28 Mar 2008 22:01:26 by ♣MADE IN WONDERLAND♣